สาร CBD ใน “กัญชง” และ “กัญชา” คืออะไร ? ความลับจากสมุนไพรสายเขียวที่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

  • Post author:
  • Post category:CBD
  • Post comments:0 Comments

ในช่วงไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ข่าวการ ปลดล็อกกัญชา และ กัญชง จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ให้พ้นจากยาเสพติด กลายเป็นกระแสเฮมากมายในหมู่โลกโซเชี่ยล กลุ่มคนสายเขียวหลายๆ ท่านหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างตั้งตารอคอยช่วงเวลานี้มานานที่จะได้เห็น กัญชาถูกกฏหมาย

ปัจจุบันทางรัฐบาลไทย ได้มีการยกระดับส่งเสริมพืชเหล่านี้ให้มีภาพลักษณ์เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ มีการปลดล็อกให้พ้นจาก ยาเสพติด ทุกคนสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผ่านแอปแอปพลิเคชัน “ปลูกกัญ” ในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 นี้ อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระทบกับภาพรวมทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทุกภาคส่วนจึงมุ่งหวังอยากให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว การปรับตัวให้สอดคล้องกับกลไกลทางการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่จึงเป็นเรื่องที่สมควร 

ซึ่งในอดีต กัญชา และ กัญชง เป็นพืชที่ไม่ได้รับการยอมรับเท่าไร แม้จะมีประโยชน์ในเชิงสันธนาการ ทำให้ผ่อนคลาย แต่เพราะมีส่วนประกอบของสาร THC ย่อมาจาก Tetrahydrocannabinol ที่ก่อให้เกิดอาการมึนเมา ส่งผลต่อระบบประสาท สร้างผลเสียมากมาย 

ทำให้กลุ่มคนส่วนใหญ่แบนพืชสายเขียวนี้ และตั้งให้กลายเป็นสารเสพติด จนกระทั่งนักวิจัยได้ค้นพบสารอีกตัวที่ซ่อนอยู่ใน กัญชา และ กัญชง ชื่อ CBD ย่อมาจาก Cannabidiol นั่นเอง   

CBD คืออะไร? มีประโยชน์ยังไง? สาร THC กับ CBD ทั้ง 2 ต่างก็เป็นส่วนประกอบที่พบในพืชกัญชา แต่ต่างกันตรงที่ THC ถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินไปจะก่อให้เกิดอาการเมาเคลิ้ม ใจสั่น หน้ามืด หู่แว่ว ตกใจง่าย วิตกกังวล หวาดระแวง บางรายคลื่นไส้ อาเจียน ความจำเสื่อม ความคิดสับสนเพ้อคลั่ง ออกฤทธิ์กดประสาทให้ผู้เสพจะมีอาการเห็นภาพหลอน ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จนมีอาการทางจิต นอกจากนี้การใช้สาร THC ในปริมาณมากสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดภาวะดื้อต่อสาร (tolerance) ทำให้ต้องมีการเพิ่มขนาดเพื่อจะให้ได้ผลเท่าเดิมและเกิด การติดยา ได้ 

ซึ่งสาร CBD นักวิจัยได้ออกมายืนยันว่า เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอาการ เมาเคลิ้มและอาการทางจิตของ THC นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายแล้ว ยังช่วยรักษาและบรรเทาอาการต่างๆ เช่น โรคเครียด โรคนอนไม่หลับ โรคกล้ามเนื้ออักเสบ โรคพาร์กินสัน ไปจนถึงโรคอัลไซเมอร์ 

คุณสมบัติเหล่านี้เองที่ทำให้สาร CBD มีมูลค่าทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งโภชนาการที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย อุดมไปด้วยวิตามินหลัก กรดไขมัน และที่สำคัญกว่านั้นคือ กรดอะมิโนกว่า 20 ชนิด ที่จำเป็นสำหรับร่างกายมนุษย์ ดังนั้น CBD ไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกัญชา กัญชงเท่านั้น แต่ยังเป็น 1 ในองค์ประกอบสำคัญที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับการพัฒนาสุขภาพทางจิตใจ และ ร่างกาย

แต่เนื่องจากในกัญชามีสาร THC ประกอบอยู่ถึง 12% และมีสาร CBD ไม่ถึง 0.30% การสูบโดยตรงเพื่อจะรับสาร CBD ล้วนแต่ทำให้ร่างกายได้รับสาร THC มากเกินไป จะส่งผลเสียมากกว่าเกิดประโยชน์ เลยต้องอาศัยการสกัดออกมา เพื่อใช้ประโยชน์จากสาร CBD ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

มีการวิจัยต่อยอดจนนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไล่ตั้งแต่น้ำมันสกัด (Cannabis Oil) ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ว่าเป็นยาแก้อาการปวดเรื้อรังที่เป็นปัญหาสุขภาพสุดฮิตในสหรัฐอเมริกา หลายๆคนต่างรู้สึกเบื่อหน่ายกับการใช้ยาแก้ปวด ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อ การเสพติดเป็นผลข้างเคียง (Side Effect) แม้ว่าผู้คนจะเริ่มทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจาก CBD เพื่อจัดการกับความเจ็บปวดเพราะความอยากรู้ อยากพิสูจน์ว่า สารจากกัญชา จะมีคุณค่าพอในฐานะ ผู้เยียวยา (ยารักษา) ไม่ใช่ ผู้มาทำลาย (ยาเสพติด) เนื่องจากมียอดขายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีการทดลองทางคลินิกหลายๆแห่งเพื่อศึกษาผลกระทบของ CBD ต่อความเจ็บปวดต่างๆ รวมถึงความเจ็บปวดจากมะเร็ง และ CBD ก็ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพโดยการลดระดับความเจ็บปวดในผู้ป่วยที่ต้องการเคมีบำบัดมากที่สุด 

นอกจากนี้ยังกลายเป็นส่วนผสมของอาหาร (Cannabis Food) เครื่องดื่ม (Cannabis Drink) อย่างเช่น 

1) นมกัญชงพร้อมดื่ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดของกัญชง ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าโปรตีนจากถั่วเหลือง อีกทั้งมีใยอาหารและราคาถูกกว่า อุมดมไปด้วย Omega 3 และ Omega 6 นอกจากนี้ยังมีสาร CBD จากใบกัญชง ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับช่วยให้ผ่อนคลาย เป็นผลิตภัณฑ์นมทางเลือกจากพืชสำหรับกลุ่มวีแกนและผู้ชื่นชอบอาหารเพื่อสุขภาพ 

2)เมล็ดและผงโปรตีนจากกัญชงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดกัญชงแกะเปลือกผ่านการอบ เพื่อสกัดโปรตีนและบดเป็นผง เหมาะสำหรับรับประทานร่วมกับอาหารหลักเพื่อเพิ่มโปรตีนและใยอาหาร 

3) กราโนล่าจากกัญชง เป็นผลิตภัณฑ์กราโนล่าที่มีส่วนผสมของเมล็ดกัญชงที่อุดมไปด้วยใยอาหาร ดีต่อระบบขับถ่าย และมี Omega 3 ซึ่งเป็นไขมันดี ผลิตภัณฑ์จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรคหัวใจ 

4) ชากัญชง (Cannabis Tea) ชากระท่อม (Energy Tea) ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสำเร็จรูปของ Dr.CBD ที่สามารถดื่มได้ง่าย ผ่านการแปรรูปเป็นใบกัญชงและกระท่อมแห้งสำหรับต้มเป็นชา เติมน้ำร้อนก็สามารถดื่มได้เลยและยังถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มองหาชา สำหรับดื่มบำรุงกำลัง มีสรรพคุณหลายอย่างด้วยกัน เช่น ลดน้ำตาลในเส้นเลือด, ลดอาการปวดเมื่อย, ควบคุมความดัน โลหิต, รักษาแผลในปาก แก้ไอ, รักษาการติดเชื้อในลำไส 

5) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอย่าง All For EARTHLAB ALL FOR WOMEN (STELLA) ของ Dr.CBD จากสารสกัด CBD สารสำคัญที่ให้ประโยชน์พบได้เฉพาะในพืชกัญชาผ่านการสกัดเท่านั้น มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบโลหิตกับผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ ระบบประจำเดือนและระบบขับถ่าย

ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ความงาม (Cannabis Beauty) ซึ่งกำลังเป็นกระแสนิยมไปทั่วโลก หลายองค์กรเริ่มให้ความสนใจและผลิตสินค้าออกมาอย่างมากมาย อย่างเช่น 

นวัตกรรม “CBD Serumizer” เซรั่มไมเซอร์หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผิวของ Dr. CBD ได้ใช้เทคโนโลยีสกัดคุณภาพ Nano CBD ที่มีขนาดเล็กกว่าสาร CBD ทั่วไปถึง 1 ล้านเท่าตัว ในการส่งสาร CBD ผ่านเข้าเกราะผิวหนังชั้นนอกที่มีความหนาของผิวหนังกำพร้าเพื่อเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงถึงในระดับเซลล์ ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับตัวรับสาร Cannabinoid (CBD receptors) ในผิวของเรา เพื่อบรรเทาการตอบสนองต่อการอักเสบของผิว ลดรอยแดงอาการคัน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวและคืนความยืดหยุ่นของผิวโดยรวม ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อปัญหาผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว ผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ และโรคสะเก็ดเงิน อีกด้วยจะเห็นได้ว่ามีผลิตภัณฑ์หลายแบบ หลายชนิด ให้ผู้บริโภคได้ปรับใช้กันได้อย่างหลากหลาย ซึ่งในอนาคตกลุ่มผู้ผลิตหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องจะออกผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องดื่มจากกัญชา และ กัญชง ออกมามากมาย ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมทั่วโลกในอีกไม่นานเกินรอ

Leave a Reply